baccara บาคาร่า คืนยอดเสีย 10%
สมัครสมาชิกใหม่ รับโบนัส 50% บาคาร่าออนไลน์

สอนวิธีเล่น แบล๊กแจ๊ก ( blackjack) ผ่านเว็บ SBOBET เล่นอย่างไร

แบล็กแจ็ก ( blackjack) คือเกมไพ่ชนิดหนึ่ง ที่ต้องให้เลขหน้าไพ่รวมกันได้ให้ใกล้ 21 มากที่สุด หรือให้ครบ 21 จึงเป็นผู้ชนะ หากหน้าไพ่รวมกันแล้วเกิน 21 ถือว่าแพ้ทันที  ผู้เล่นต้องพยายามทำให้เลขหน้าไพ่รวมกันให้ใกล้ 21 มากที่สุด หรือให้ครบ 21 จึงเป็นผู้ชนะ หากหน้าไพ่รวมกันแล้วเกิน 21 ถือว่าแพ้ทันที

การนับแต้มบนหน้าไพ่ สำหรับเกมแบล็กแจ็ค ( blackjack)

  1. ไพ่ Ace(เอช)  หรือไพ่ A = 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับกฎของแบล็กแจ็ก เช่น A,9 มีค่าเท่ากับ 10 หรือ 20
  2. ไพ่  2-10 นับแต้มตามจำนวนตัวเลข   มีค่า ตามหน้าไพ่
  3. ไพ่ J (แจ็ก) , Q (ควีน , แหม่ม) , K (คิง) มีค่า 10 แต้ม

วิธีเล่นแบล็กแจ็ก ( blackjack) เดิมพันเกม แบล็กแจ็กออนไลน์

แบล็กแจ็ก ( blackjack) เลือกเมนู คาสิโนสด

ขั้นตอนที่ 1 

ทำการล็อคอิน เพื่อเข้าสู่ระบบ โดย ใส่ user (ชื่อผู้ใช้) และ password (รหัสผ่าน) เมื่อ ล็อคอิน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้คลิกไปที่ คาสิโนสดเกมส์สด

ขั้นตอนที่ 2 

หลังจากคลิก ไปที่ คาสิโนสดเกมส์สด แล้ว จากนั้น  คลิกไปที่ แบล็กแจ็กสด หรือ  Live Blackjack

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว หน้าต่างจะปรากฏห้องเล่น แบล็กแจ็กสด หลายห้องด้วยกัน ห้องเดิมพันจะเริ่มต้นเดิมพันขั้นต่ำที่ 100 บาท และห้องเดิมพันขั้นต่ำที่ 200 บาท ห้องที่สามารถเข้าร่วมสนุกในการเดิมพันได้ จะต้องเป็นห้องที่มีหมายเลขแสดงอยู่ซึ่งหมายถึงว่ามีโต๊ะว่าง และสามารถเข้าวางเดิมพันได้ จากนั้นให้คลิกที่ Join เพื่อเข้าสู่ห้องเดิมพัน

แบล็กแจ็ก ( blackjack) หน้ากระดาษเล่น

กฎของ แบล็กแจ็ก เจ้ามือจะต้องเรียกไพ่ให้ถึง 17 แต้มเป็นอย่างต่ำ ส่วนผู้เล่นสามารถหยุดได้ทุกเมื่อ

วิธีเล่น blackjack ท่านสมาชิกจะมีเวลา 30 วินาที ในการวางเดิมพัน สังเกตสถานการณ์เดิมพันเมื่อขึ้นคำว่า Betting Open นั่นหมายความว่าเปิดให้เริ่มวางเดิมพันได้

  1. ให้เลือกชิพ ตามจำนวนเงินที่เราต้องการวางเดิมพัน จากตัวอย่างเลือกห้องที่เริ่มวางพนันขั้นต่ำที่ 100 บาท ก็ให้คลิกไปที่ชิพ 100
  2. เมื่อเลือกชิพได้แล้ว ให้คลิกที่ตำแหน่งที่นั่ง เลือกที่ใดก็ได้ ซึ่งจะแสดงเป็นปุ่มสีฟ้า กลมๆ ให้เห็น
  3. คลิก Confirm เพื่อยืนยันการเดิมพัน

เมื่อครบกำหนดเวลาวางเดิมพันแล้ว เจ้ามือจะแจกไพ่ 2 ใบ โดยเริ่มจากที่ผู้เล่น ก่อนทุกครั้ง เจ้ามือเป็นคนสุดท้าย หลังจากไพ่เจ้ามือเปิดแล้ว จะมีปุ่มให้ท่านสมาชิกได้เลือก และปรากฏขึ้นมาด้านล่างของหน้าจอ ดังนี้

  1. HIT ขอไพ่เพิ่ม หรือ จั่วไพ่ หากไพ่มีแต้มรวมกันน้อยกว่า 16 สามารถ คลิกที่ปุ่มนี้เพื่อทำการจั่วไพ่เพิ่มจนกว่าจะพอใจ หากเปิดไพ่มารวมแต้มแล้วเกิน 21 แต้มจะแพ้ทันที
  2. STAND (ไม่ขอไพ่เพิ่ม หรือ อยู่) หากไพ่มากกว่า 17 แต้มตามเทคนิคพื้นฐาน และท่านสมาชิกพอใจกับจำนวนรวมแต้มแล้วให้คลิกที่ปุ่มนี้
  3. Double (เพิ่มเงินเดิมพัน 2 เท่า) การเพิ่มเงินเดิมพัน เป็นจำนวนเงินเป็น 2 เท่าจะได้รับไพ่เพิ่มอีกเพียงแค่ 1 ใบเท่านั้น เพื่อลุ้นว่าไพ่ใบที่ 3 จะออกมาเป็นแต้มเท่าไหร่
  4. SPLIT (แยกไพ่) กรณีนี้ต้องพิจารณาความเหมาะสม โดยดูจากไพ่ที่ถืออยู่ หากเป็น คู่ไพ่ A หรือ คู่ 8 ถ้าเลือกแยกไพ่จะต้องวางเงินเดิมพันเพิ่มอีกเท่าตัว จากนั้นเจ้ามือถึง จะแจกไพ่เพิ่มเป็นอีกหนึ่งมือบนโต๊ะ หากต้องการแยกไพ่คู่ A ก็สามารถเปิดไพ่ได้อีกเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น
  5. Surrender (หมอบ) ถ้าไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มน้อยมากและเราได้พิจารณาดูแล้วซึ่งโอกาสชนะมีไม่มาก ก็สามารถคลิกที่ปุ่มนี้เพื่อ หมอบไพ่และรับเงินที่วางเดิมพันไป กลับมาแค่ครึ่งหนึ่ง
  6. Insurance (ประกัน) เป็นการวางเงินเดิมพันอีกเท่าตัวของเงินเดิมพันที่วางพนันอยู่ เมื่อไพ่เจ้ามือเป็นไพ่ A หรือเป็นไพ่ Blackjack จะได้มีอัตราจ่ายอยู่ที่ 2:1 ถ้าเปิดออกมาแล้วไม่ใช่ ท่านสมาชิกจะเสียเงินส่วนของเงินประกันไป

อัตราจ่ายเงิน black jack  เกมส์ไพ่ ป็อก 21

ชนะ แบบธรรมดา มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 1:1

ชนะ แบบแบล็กแจ็ก มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 3:2

  • เดิมพันประกัน Insurance ในกรณีที่เจ้ามือมีไพ่ Ace และท่านสมาชิก คลิกที่ insurance และไพ่เจ้ามือเป็น Blackjack จะมีอัตราจ่าย 2 : 1 หากเจ้ามือไม่ได้ Blackjack ก็จะเสียเงินประกันไปทันที
  • เก็บก่อน (Stand) ในกรณีที่ผู้เล่นได้ ไพ่แบล็กแจ็ก และไพ่ใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A ท่านสมาชิกเลือกเก็บก่อน ไม่ว่าผลรวมแต้มของเจ้ามือจะได้เท่าไหร่ จะมีอัตราจ่ายที่  1 : 1

กฎ กติกา แบล็กแจ็ก ที่ ทุกท่าน ควรรู้

แต้มไพ่ของผู้เล่นจะต้องมีแต้มมากกว่าเจ้ามือ และจะต้องไม่เกิน 21 แต้ม ถึงจะเป็นฝ่ายชนะ

ถ้าแต้มไพ่ของผู้เล่น และ เจ้ามือ มีแต้มเท่ากัน ก็จะถือว่า เสมอ

ถ้าแต้มไพ่ของผู้เล่น มีแต้มเกิน 21 แต้ม จะถือว่าเป็นฝ่ายแพ้ ทันที โดยที่ไม่ต้องดูแต้มไพ่ ของเจ้ามือ

แต่ถ้าผู้เล่นได้ ไพ่แบล็กแจ็ก จะถือว่าเป็นผู้ชนะ เพราะ ไพ่แบล็กแจ็ก ถือว่าได้ว่าเป็นไพ่ใหญ่กว่า ไพ่ทั้งหมด

การแยกไพ่ ถ้าหากผู้เล่น ได้รับไพ่ 2 ใบเหมือนกัน ก็สามารถทำการแยกไพ่ออกเป็นสองชุดได้ และสามารถเดินพันซ้ำอีกครั้งกับ ไพ่ชุดใหม่ แต่ถ้าในกรณีที่แยกไพ่เป็น A ผู้เล่นสามารถจั่วไพ่ได้เพียงใบเดียวต่อหนึ่งชุดเท่านั้น หรือว่า หลังจาก แยกไพ่ แล้วได้ไพ่แบล็กแจ็ก จะนับเป็น 21 แต้มแบบไพ่ธรรมดา ซึ่งจะได้เงินเดิมพันปกติ คือ 1 เท่า

การวางเดิมพัน สองเท่า เป็นการมั่นใจว่า ไพ่ใบที่สาม ที่ท่านได้นั้น  จะสามารถทำให้ท่านเป็นผู้ชนะได้ โดยผู้เล่นสามารถเลือกวางเดิมพันได้ 2 เท่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การวางเดิมพันสองเท่า จะทำได้ก็ต่อเมื่อ มีการแยกไพ่แล้วเท่านั้น

ไพ่ประกัน คือ ถ้าไพ่ของเจ้ามือที่เปิดอยู่เป็น A ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันไพ่ประกันได้ แต่ยอดเงินวางเดิมพันไพ่ประกันนั้นจะต้องเป็นจำนวนเงิน ครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันที่วางไว้ ก่อนหน้านี้ และถ้าหากผู้เล่นคิดว่าไพ่อีกใบของเจ้ามือคือ 10 แต้ม ผู้เล่นก็ยังสามารถวางเดิมพันไพ่ประกันได้อีก  และถ้าไพ่ของเจ้ามือออกมาเป็น แบล็กแจ็ก ผู้เล่นจะชนะเดิมพันทันที แต่ถ้ากลับกัน ไม่ได้ไพ่แบล็กแจ็ก  ผู้เล่นก็จะเสียเงินทันทีเช่นกัน

เคยโดน SBOBET โกงไหม? เล่นกับ SBOBET มีปัญหาอะไรบ้าง? คลิกดูลิงก์ด้านล่าง
SBOBET โกงไหม

สำหรับลูกค้าที่สนใจสมัครสมาชิกกับเรา สามารถสมัครได้ง่ายๆตามขั้นตอนนี้เลย

วีดีโอ : Most Shocking Wins in European Domestic Leagues

สรุป : วิธีเล่น แบล๊กแจ๊ก ( blackjack)

เป็นยังไงกันบ้างกับวิธีเล่น แบล๊กแจ๊ก ( blackjack) ผ่านเว็บ SBOBET ถือได้ว่าการเดิมพันรูปแบบนี้เป็นการเดิมพันที่มีความน่าสนใจ การเล่นแบล๊กแจ๊กนั้นคือต้องให้เลขหน้าไพ่รวมกันได้ให้ใกล้ 21 มากที่สุด หรือให้ครบ 21 จึงเป็นผู้ชนะ หากหน้าไพ่รวมกันแล้วเกิน 21 ถือว่าแพ้ทันที  ผู้เล่นต้องพยายามทำให้เลขหน้าไพ่รวมกันให้ใกล้ 21 มากที่สุด

หรือให้ครบ 21 จึงเป็นผู้ชนะ หากหน้าไพ่รวมกันแล้วเกิน 21 ถือว่าแพ้ทันที ฉะนั้นการแทงรูปแบบนี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เอาเป็นว่า ลองศึกษาวิธีการจากบทความนี้ อาจจะทำเงินได้ไม่ยากเลย